พวกเขาทำอะไรบ้าง
ข้อแรกควรขยายความอีกสักหน่อย หลายคนบรรยายถึงความรู้สึกพิเศษเมื่อมองโลกจากอวกาศ นั่นคือความรู้สึกว่าโลกเปราะบางและพรมแดนต่างๆ ช่างไร้ความหมาย ประสบการณ์นี้มีชื่อเรียกเฉพาะและมีงานวิจัยศึกษาโดยตรง
ข้อที่สี่ไม่ถือเป็นเวลาว่างอย่างเคร่งครัด นักจิตวิทยามองว่าการติดต่อกับครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสภาพจิตใจของทีม และมีการจัดสรรเวลาไว้ในตารางเช่นเดียวกับเวลาทำงาน
ช่องที่สองมักทำให้หลายคนแปลกใจ การใช้เครื่องออกกำลังกายวันละ 2 ชั่วโมงเป็นข้อบังคับ เพราะถ้าไม่ทำ กระดูกและกล้ามเนื้อจะสูญเสียความแข็งแรง หลายคนบอกว่านี่เป็นส่วนที่หนักที่สุดของกิจวัตร
ต่างจากชีวิตบนโลกอย่างไร
ความแตกต่างหลักคือการไม่มีโอกาสอยู่ตามลำพัง ห้องพักมีขนาดพอๆ กับตู้โทรศัพท์ ต้องอยู่กับคนกลุ่มเดิมไม่กี่คนเป็นเวลาหลายเดือน และไม่มีที่ให้เดินออกไป ดังนั้นเวลาส่วนตัวจึงมีคุณค่าแตกต่างจากบนโลก
ข้อที่สองคือวันหยุดสุดสัปดาห์ไม่ได้เป็นวันหยุดอย่างเต็มที่ ตารางประจำวันถูกกำหนดไว้เป็นนาทีๆ รวมถึงช่วงพัก และโดยปกติวันเสาร์จะมีการทำความสะอาดสถานี วันว่างเต็มวันมีไม่บ่อยและต้องวางแผนล่วงหน้า
อีกธรรมเนียมหนึ่งคือการรับประทานอาหารร่วมกัน การรับประทานอาหารเย็นพร้อมกันของทีมถือว่าสำคัญต่อความสัมพันธ์ในกลุ่มปิด และในช่วงเทศกาลจะมีการส่งของพิเศษจากโลกขึ้นมา บางครั้งถึงขั้นส่งผลไม้สดมากับยานขนส่งสัมภาระ
แต่ละคนยังมีนิสัยส่วนตัวที่นำติดตัวไปด้วย บางคนอ่านหนังสือ บางคนเขียนบันทึกประจำวัน และบางคนตอบจดหมายจากเด็กนักเรียน ทั้งหมดนี้ทำได้และมีการจัดเวลาไว้เป็นส่วนหนึ่งของเวลาส่วนตัว
อ่านต่อให้จบในแอป Miqo
อีก 1 นาที แล้วปิดท้ายด้วยแบบทดสอบ ดูได้ในหมวด “อวกาศ → นักบินอวกาศ”
เล็งกล้องโทรศัพท์มาที่นี่เพื่อเปิด App Store หรือ Google Play
แหล่งอ้างอิง
- สมาชิกทีมระบุว่าการสังเกตโลกจากโมดูลชมวิวเป็นกิจกรรมหลักในเวลาว่าง โดยตารางประจำวันจัดสรรเวลาส่วนตัวประมาณ 2 ชั่วโมง และการออกกำลังกายภาคบังคับอีก 2 ชั่วโมงต่อวัน