การโกหกต้องใช้ความสามารถ 2 อย่าง
การโกหกดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย จนกว่าจะแยกดูทีละส่วน อย่างแรก เด็กต้องเข้าใจว่าคุณมีภาพในหัวของตัวเอง และภาพนั้นอาจไม่ตรงกับของเด็ก จากนั้นต้องเก็บความจริงไว้ ไม่พูดออกมาแม้มันแทบจะหลุดปาก นักจิตวิทยาเรียกความสามารถแรกว่า ทฤษฎีจิตใจ ส่วนอย่างที่สองคือ การควบคุมตนเอง
ความสามารถทั้ง 2 อย่างพัฒนาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน คือระหว่างอายุ 2-4 ขวบ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เด็กเริ่มโกหกในช่วงนี้ ไม่ใช่เพราะนิสัยเสีย แต่เพราะพัฒนาการมาถึงจุดนั้นแล้ว
นักวิจัยทดสอบเรื่องนี้ด้วยการทดลองง่ายๆ ให้เด็กนั่งหันหลังให้ของเล่น แล้วขอว่าอย่าแอบดูระหว่างที่ผู้ใหญ่ออกไป แทบทุกคนแอบดู ความแตกต่างอยู่ที่คำตอบหลังจากนั้น เด็กอายุ 2-3 ขวบส่วนใหญ่ยอมรับ แต่เมื่อใกล้อายุ 5 ขวบ มีเพียงส่วนน้อยที่ยอมรับ สัดส่วนแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม แต่แนวโน้มเหมือนกันทุกกลุ่ม
ทำไมคำโกหกของเด็กถึงแตกง่ายนัก
การโกหกเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของเรื่อง หลังจากนั้นยังต้องไม่เผลอเปิดโปงตัวเอง ซึ่งเป็นอีกทักษะหนึ่ง เด็กเล็กยืนยันว่าไม่ได้แอบดู แล้วกลับบอกชื่อของเล่นที่เห็นได้จากการแอบดูเท่านั้น ผู้ใหญ่จับได้ในชั่วพริบตา และเด็กก็ไม่เข้าใจจริงๆว่าคุณรู้ได้อย่างไร
- อายุ 2-3 ขวบคำโกหกครั้งแรก อยู่รอดได้จนถึงคำถามต่อยอดข้อแรก
- อายุ 4 ขวบแทบทุกคนโกหก แต่เรื่องราวจะเริ่มไม่สมเหตุสมผลเมื่อถูกถามถึงรายละเอียด
- อายุ 7-8 ขวบคำโกหกเริ่มต่อเนื่องเป็นเรื่องเป็นราว เด็กคอยจำว่าตัวเองพูดอะไรไปแล้ว
มีมุมพลิกที่คาดไม่ถึง เด็กที่เริ่มโกหกเร็วกว่า โดยเฉลี่ยจะทำงานที่ใช้สมาธิและการควบคุมตนเองได้ดีกว่านิดหน่อย การโกหกจึงกลายเป็นสัญญาณของสมองที่กำลังพัฒนา ไม่ใช่นิสัยเสีย ความสัมพันธ์นี้มีความแรงระดับปานกลาง จึงไม่ควรใช้ประเมินเด็กแต่ละคน
อ่านต่อให้จบในแอป Miqo
อีก 1 นาที แล้วปิดท้ายด้วยแบบทดสอบ ดูได้ในหมวด “จิตวิทยา → วัยเด็ก”
เล็งกล้องโทรศัพท์มาที่นี่เพื่อเปิด App Store หรือ Google Play
แหล่งอ้างอิง
- การทดลองเรื่องการแอบดูโดยวิกตอเรีย ทัลวาร์ และคัง ลี ในช่วงทศวรรษ 2000 สัดส่วนเด็กที่โกหกแตกต่างกันไปในแต่ละงานวิจัย สิ่งที่คงที่คือระดับโดยประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขที่แน่นอน